ในช่วงเวลาไม่ถึงสิบวันก่อนฉันจะกลับอังกฤษ เพื่อนรักคนนี้ของฉันพาฉันไปเลี้ยงข้าวสามหน แต่ละหนอร่อยๆๆและบิลหนักๆทั้งนั้น

เมื่อแต่ละมื้ออาหารจบลง ฉันก็นั่งเฉยๆ เพราะรู้ว่าบิลลี่จะไม่เคยให้ฉันจ่ายอยู่แล้ว หน้าที่ของฉันคือบอกว่า อยากจะกินอะไรไปไหน แล้วก็สั่งๆๆ และกินๆๆ ถึงแม้ฉันอาจจะไม่ได้มีทีท่ามากกว่าเก็กๆแล้วพูดว่า ขอบใจนะที่เลี้ยง แต่คอของฉันตีบตันและดีใจที่เพื่อนคนนี้ของฉันไม่เห็นฉันเป็นของตาย พยายามสละเวลาอันมีค่า นอกเหนือจากบริหารกิจการร้อยล้าน พันล้าน แล้วช้อปปิ้ง มาหาฉันได้

รูปแรกคือ คืนก่อนที่ฉันจะกลับอังกฤษ เค้าขับรถจากบ้านมาตั้งไกล มารับฉันถึงที่ตอนเที่ยงคืน ทั้งๆทีตนเองแทบจะไม่มีแรงคุย สายตาอันเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ฉันมองเค้าด้วยสายตาเงียบๆๆ เราไปดริ้งค์กันที่ผับโรงแรมหรูได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ฉันก็บอกเค้าว่า กลับเถอะ

รูปที่สองเราไปกินร้านญี่ปุ่นที่พารากอนกะบแพรว รูปที่สาม เราไปร้านญี่ปุ่นร้านนี้ร้านเดิม โดยที่ฉันเลือก เพราะจากคำถามสั้นๆว่า จะกินไรล่ะ

ร้านนี้อร่อยมากๆ  ราคาแพงกว่าฟูจิ รสชาติเลยเลิศกว่ามาก ตั้งแต่นั้นมา ฉันไปกินร้านราคาถูกๆกว่าพบว่าไม่อร่อยเลย ไม่รู้จะขอบใจดีหรือเปล่า

ฉันบอกบิลลี่อยู่บ่อยๆ ว่า รักมึงนะ มากๆเท่าพี่น้องกูเลย แต่ความจริงไม่บอกก็รู้

บางทีกำลังนึกถึง บิลลี่ก็โทรมาละ หรือบางที อยู่ๆ ฉันยอมเปืดมือถือแล้วพบว่า บิลลี่เพิ่งส่งข้อความมาจากเมืองไทย

ขอบใจนะบิลลี่ที่ไม่เห้นฉันเป็นของตายเหมือนคนอื่น ให้เวลาฉัน แล้วทำเวลาให้มีความหมายและมีคุณค่า

 

รักมึงนะโว้ย

Leave a Reply