ความรัก…ในฝัน
July 8, 2008
source of article-unknown, please admit my apology here
เขาว่าคนเรานั้น เพราะวาสนาจึงได้มาพบกัน บางครั้งบางคราววาสนาที่ทำบุญร่วมกันมาก่อนอาจจะขาดหายไปบ้าง จึงต้องจากกันไปชั่วขณะ แต่ถ้ายังคงมีวาสนาร่วมกันอยู่ ก็จะต้องได้พบกันสักวันหนึ่ง …ฉันรออยู่ที่นี่นะ ไม่ไปไหน คิดถึงก็มาหากันบ้าง
…เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงจีน ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ แต่เข้ากับเรื่องที่จะเขียนให้อ่านมากที่สุด อ่านแล้วจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงก็ได้ หรือจะคิดว่าเป็นจินตนาการ หรือความเพ้อฝันของผู้เขียนก็ไม่เป็นไร
เป็นเรื่องเล่าที่ได้ยินมาของเขา…และเธอที่พบกันโดยวาสนา ต้องพรากจากเพราะวาสนา และไม่รู้ว่าจะมีวาสนาที่จะพบกันอีกหรือไม่
เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอก ได้รับทุนไปศึกษาวิจัยต่อระดับหลังปริญญาเอกที่ประเทศแห่งหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ เขาต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปคนเดียว โดยทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไว้ให้เลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากความรักของเขาทั้งสอง แม้ว่าเขาไม่อยากจะจากไป แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ การพรากจากที่เป็นบทเริ่มต้นของความรักในฝันของเราก็เกิดขึ้น
และแล้วเขาก็ได้พบกับเธอ… นักศึกษาสาวระดับปริญญาโท ที่เขาต้องเป็นพี่เลี้ยงดูแลการทำวิทยานิพนธ์ เธอเป็นสาวสวยร่างเล็กผมสีทอง ท่าทางเรียบร้อยสุภาพ ผิดแผกจากสาวอื่นๆ ในประเทศนั้น ในฐานะพี่เลี้ยง และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขาก็ดูแลเธออย่างดี ทั้งเรื่องการงานและช่วยเหลือในเรื่องการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น นอกจากมีความรู้สึกดีๆ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้แก่เธออย่างจริงใจ ด้วยแนวคิดของสุภาพบุรุษจากดินแดนตะวันออก
เนื่องจากเขาก็มีงานยุ่งยากในเวลากลางวัน เขา จึงพยายามที่จะนัดเธอไปรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเวลาที่เขาว่างและสบายๆ พอที่จะให้คำแนะนำอย่างละเอียดละออได้ ไม่ว่าเขาจะอ้างเหตุผลชวนเธออย่างไร เธอก็ไม่ยอมรับคำเชิญชวนนั้น เพราะแท้จริง เขาไม่ทราบว่าแนวคิดของคนตะวันออกกับตะวันตกไม่เหมือนกัน
ชายชาวตะวันออกคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะชวนรับประทานอาหารค่ำ แต่สำหรับาวชาวตะวันตกแล้ว นั่นเป็น ‘การออกเดท‘???
เมื่อเป็นดังนั้น เขาจึงต้องเปลี่ยนเป็นชวนทานอาหารกลางวัน และรับคำปรึกษาจากเธอเป็นครั้งคราว อย่างมีมิตรจิตมิตรใจที่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เหตุการณ์ต่างๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไร
แต่คนคำนวณ..ไม่สู้ฟ้าลิขิต!
ในช่วงปลายปีเทศกาลคริสต์มาสก็มาเยือน พร้อมกับหิมะสีขาวสะอาดและความหนาวเหน็บ เขาไม่ได้กลับบ้านเพราะอยู่ห่างไกล เธอไม่กลับบ้านอีกรัฐหนึ่ง เพราะงานวิจัยยังทำไม่เสร็จ เขาจึงมีโอกาสได้ช่วยเธอทำงานวิจัยเต็มที่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่หยุดงาน จนถึงค่ำคืนวันที่ 24 ธันวาคมที่เป็นวันคริสตมาสอีฟที่ทุกคนจะฉลองกัน เขาก็เลยชวนเธอรับประทานอาหารค่ำ… และเธอก็ตอบตกลง
เขาและเธอจึงไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนในภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง อาหารพร้อมไวน์แดงมื้อนั้นเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาได้รับในระหว่างที่จากบ้านช่องไป เขาไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากมีความสุขที่มีเพื่อนร่วมรับประทานอาหาร แต่เธอคิดอะไรอยู่ก็ยากที่จะบอก เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอออกเดทกับผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นสุภาพบุรุษในฝันที่ยากจะพบพาได้ เพราะระหว่างที่ทำงานร่วมกันเขาไม่เคยแสดงอาการอะไรที่ไม่สุภาพออกมา หลังอาหารมื้อค่ำที่แสนจะโรแมนติคผ่านไป ขณะที่เขาขับรถจะไปส่งเธอที่ที่พักของเธอ เธอก็ถามเขาว่า จะไม่ชวนเธอไปดื่มกาแฟที่ห้องพักของเขาก่อนหรือ เขาบอกว่าจะไปส่งเธอดีกว่า พอถึงที่พัก เธอก็ชวนเขาซ้ำอีกว่า ลงมาดื่มกาแฟที่ห้องพักเธอก่อนดีไหม เขาตอบว่า ดึกแล้วคงไม่เป็นการดีที่จะเข้าไปยังที่พักของเธอและเขาก็มีงานที่จะต้องรีบกลับไปทำด้วย เธอเดินลงจากรถไปเงียบๆ
รุ่งขึ้นเขาโทรไปชวนเธอออกไปซื้อของ เธอไม่ตอบ และวางสายโทรศัพท์ จากนั้นไม่ว่าเขาจะติดต่อเธออย่างไร เธอก็ไม่ยอมรับสาย กว่าเขาจะรู้จากเพื่อนๆ ของเธอหลังจากปีใหม่ที่ทุกคนกลับมาทำงานว่า เธอโกรธที่เขาปฏิเสธเธอ ต้องขออธิบายว่าในยุคนั้น การชวนไปกินกาแฟ เป็นคำสุภาพที่หมายถึงการไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันในวันแรกนัดเดท ตามธรรมเนียมตะวันตก
เขาใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะทำความเข้าใจกับเธอว่า ตามแนวคิดของสังคมตะวันออกนั้นสุภาพบุรุษเขาไม่ทำแบบนั้นกัน นอกจากตกลงปลงใจจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่กันเท่านั้น ซึ่งเขาและเธอไม่มีทางเป็นไปได้ และเขาก็คิดในใจตอนนั้นว่า เขาก็ไม่ได้ชอบเธอแบบนั้นสักหน่อย หลังจากนั้นสัมพันธภาพของเขาและเธอในฐานะพี่เลี้ยงกับนักศึกษาก็เป็นไปด้วยดี
จนเธอรับปริญญาโท และเขาหมดสัญญาการวิจัยต้องกลับบ้าน เขาก็ถามเธอถึงแผนงานในอนาคต ซึ่งเธอก็เล่าให้เขาฟัง แต่ติดขัดเรื่องเงินทุนบ้าง ด้วยความใจดีของเขา เขาจึงยกเงินค่าจ้างวิจัยที่ทำมาตลอดการทำงานร่วมกับเธอ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเงินที่เธอควรจะได้รับ เนื่องจากเธอลงแรงเป็นส่วนใหญ่ เขาแค่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเท่านั้น
เธอรับเงินจากเขาด้วยความซาบซึ้ง พร้อมกับถามเขาว่า เขาตั้งใจอะไรไว้บ้างในชีวิต
เขาบอกว่า เขาฝันที่จะมีบ้านสีขาวหลังเล็กๆ ริมทะเลสาบสีเขียวใสในบั้นปลายของชีวิต และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
และเขากับเธอก็จากกัน…ตามชะตาฟ้าลิขิต!!!
นั่นเป็นเรื่องเมื่อ 15 ปีก่อน และแล้วฟ้าดินก็เล่นตลกกับเขา เมื่อเขาเดินทางไปส่งลูกของเขาไปเรียนยังประเทศที่เขาชื่นชม เขาพบกับเธอเหมือนฝัน…เธอชวนเขาไปเยี่ยมบ้านเธอ
บ้านนั้นเป็นบ้านเล็กสีขาวอยู่ริมทะเลสาบสีเขียวใส ด้านหลังมีภูเขาสูงที่ยังมีหิมะปกคลุมยอดอยู่!!!
เขาเดินเข้าไปเหมือนกับเดินในความฝัน เข้าไปนั่งยังห้องรับแขกที่แสนจะน่ารักและอบอุ่น จิบกาแฟที่เธอชงมาให้…
เธอเล่าสารทุกข์สุกดิบต่างๆ ให้เขาฟัง โดยที่เขาก็รับฟังอย่างมิรู้จักเบื่อหน่าย จบลงที่ว่า
…ฉันยังรอเธออยู่นะ
ยังไม่เคยมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตของฉันได้เลย รอเธอมาทานกาแฟถ้วยนั้น ที่เธอเคยปฏิเสธไว้เมื่อ 15 ปีก่อน และจะรอต่อไป แม้ว่าอาจจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง แต่ความสุขที่ได้รักใครสักคนอย่างจริงใจ และรอคอยอย่างเป็นสุขนั้น เป็นความสุขที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ
เมื่อเขากลับบ้านเกิดครั้งหลัง เขาเล่าให้ภรรยาของเขาฟัง… เธอบอกเขาว่า “การที่เรามีใครสักคนที่เป็นผู้หญิงแสนดี ให้ความรักที่จริงใจนั้น เป็นบุญกุศลอย่างหนึ่ง อย่าไปทำให้เธอเสียใจนะ ไปเยี่ยมเธอบ้างเป็นระยะๆ บอกเธอว่า ฉันยินดี และเป็นสุขที่สามีของฉันมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่รักเขาอย่างจริงใจ และจำไว้ว่า ถ้าฉันจากโลกนี้ไปก่อนเธอ ขอให้เธออยู่ร่วมกับผู้ชายคนนี้ของฉันอย่างมีความสุข อย่าลืมมาเยี่ยมหลุมศพฉันบ้างจะได้มีความสุขร่วมกับเธอทั้งสอง แต่ถ้าคุณจากไปก่อน ฉันจะบอกให้ลูกชายของเราช่วยดูแลเธอแทน ด้วยความรักของพ่อแม่ของเขาที่มีต่อผู้หญิงที่แสนดีผู้ซื่อสัตย์ในความรัก”
…เหมือนความรักในฝันไหมคุณ!!!